รูปทรงเพชรต่างๆ ส่วนใหญ่จะเรียกโดยการเอารูปแบบเขาคณิตที่ได้จากการดูจากด้านบนลงมา  การเจียระไน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญ และมีผลต่อความสวยงามของเพชร  เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปทรงโดยรวมทั้งหมดของเพชรเม็ดนั้นๆ ยังต้องคำนึงว่าจะต้องเจียระไนอย่างไรเพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการทั้งสัดส่วน (proportions) ทั้งการขัดผิว (finish) และทั้งความสมมารต (symmetry) เพชรที่ผ่านการเจียระไน จะมีการสะท้อนแสง ไฟ ประกาย และความระยิบระยับที่ดี 

          อัญมณีที่ได้รับการเจียระไนและขัดเงาให้มีผิวเรียบแล้ว เรียกว่า การแต่งเหลี่ยม (Facet) แบ่งออกเป็นลักษณะต่างๆดังนี้

Round Brilliant Diamonds : รูปทรงกลมเหลี่ยมเกสร

           รูปทรงกลมเหลี่ยมเกสรเป็นรูปทรงยอดนิยม ของผู้ซื้อกว่า 75 % เป็นการเจียระไนที่แม่นยำให้ได้เหลี่ยมเกสรทั้งหมด 58 หน้า แบ่งเป็น crown (top), girdle และ pavilion (base) เป็นรูปทรงที่มั่นใจได้ว่าจะให้การสะท้อนแวววาวเป็นที่สุด

Pear Shaped Diamonds : รูปทรงหยดน้ำ

          เป็นการเจียระไนโดยการนำเอาจุดที่สุดของการเจียระไนของรูปทรงไข่กับการเจียระไน รูปทรงมาคีส์มาผสมผสานกัน รูปทรงจึงดูเหมือนการประกายของหยดน้ำตา เป็นเพชรอีกรูปทรงหนึ่งที่เหมาะที่จะประดับบนฝ่ามือที่แบนราบและเรียวนิ้ว ที่สั้น และจะให้ความงดงามเป็นพิเศษเมื่อประดับเป็นจี้ที่สร้อยหรือต่างหู ในแง่ของรสนิยมโดยทั่วไปกับเพชรรูปทรงหยดน้ำขนาดที่เหมาะสมที่สุดจะเป็น อัตราส่วนระหว่างความยาว กับความกว้างควรอยู่ระหว่าง 1.45 ถึง 1.75. cm

Heart Shaped Diamonds : เพชรรูปทรงหัวใจ

          เป็นรูปทรงเชิงสัญญลักษณ์ของความรักที่สรรค์สร้างจากเพชรรูปทรงหยดน้ำโดยเจียระไนแต่งเติมที่บนบอดหยดน้ำให้เป็นรอยเว้าที่ทำให้เกิดเป็นรูปหัวใจ การแต่งเติมที่ช่างเจียระไนต้องคำนวณให้แม่นยำจึงทำให้ได้รูปหัวใจที่ได้สัด ส่วนสวยงาม

Baguet Cut Diamond : รูปทรงบาร์เกต

          Baguette หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่านีออน  เป็นเพชรรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตระกูลเดียวกับ Emerald จะแตกต่างกันที่เหลี่ยมของเพชรที่ถูกเจียระไนมีน้อยกว่าเพชรทั่วไป 

 Princess Cut Diamond : รูปทรงจตุรัส หรือ เรียกว่ารูปทรงปริ๊นเซสส์

          รูปทรงจตุรัส หรือ เรียกว่าปริ๊นเซสส์ เป็นการเจียระไนรูปแบบใหม่ที่ให้หน้าเพชรสะท้อนแสงเป็นแนวราบกับแนวแขนเหมาะ กับนิ้วที่เรียวยาวเมื่อสวมใส่แหวนเม็ดเดี่ยว solitaire เพชรจะสะท้อนเแสงที่สวยงามเมื่อแนวแสงกระทบกับด้านข้างเพชรที่มีหน้ารูปสามเหลี่ยม

Marquise Diamonds : รูปทรงมาคีส์

           การเจียระไนให้ได้รูปทรงมาคีส์แบบยืดออกทั้งสองด้านเป็นการเรียกตามชื่อ Marquise de Pompadour ซึ่งเป็นขุนนางในวังของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพชรรูปทรงมาคีส์จะเปล่งประกายสวยงามเมื่อนำมาทำเป็นหัวแหวนเดี่ยว solitaire หรือยิ่งหากมีเพชรล้อมด้วยเม็ดเล็กๆ ก็จะยิ่งเสริมให้สวยงามยิ่งขึ้น

Emerald Cut Diamond : รูปทรงสี่เหลี่ยมมรกต

 

          เพชรหน้าสี่เหลี่ยมจัตตุรัสที่เจียระไนตัดมุมทั้งสี่ด้าน โดยเจียระไนด้านข้างเป็นขั้นบันใด เมื่อเราเลือกเพชรหน้าสี่เหลี่ยมเมื่อใดก็ตาม ให้จำไว้เสมอว่า ราคาจะถูกกว่าเพชรน้ำหนักเดียวกันเมื่อเพชรเม็ดนั้นมีหน้ากลม

Asscher Diamonds: รูปทรงกลมเหลี่ยมขั้นบันใด

          สถาบัน GIA ถือว่า ป็นการเจียระไนดัดแปลงจากรูปทรงสี่เหลี่ยมมรกต การเจียระไนในรูปทรงนี้เริ่มนำมาใช้ในปี 1902 โดยพี่น้องในตระกูล Asscher โดยรูปลักษณ์จะมีหน้า Table เล็กลง มี Crown ที่สูงขึ้น มี pavilion ที่ลึกขึ้น และตัดมุม ในแง่การเปล่งประกายก็ต้องถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับการเจียระไนในรูปทรงกลม เหลี่ยมเกสร วิธีเจียระไนแบบ Asscher การเจียระไนรูปทรงกลมเหลี่ยมขั้นบันใด เป็นการเจียระไนให้ได้หน้าตัดของเพชรเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่กว้างถึง 72 หน้าและมีหน้าตัดที่ลาดลงลึกตามขอบมุมของเพชรทำให้ดูคล้ายการเจียระไนรูปทรง หลังเต่า แปดเหลี่ยม

Oval Diamonds : เพชรทรงรูปไข่

           มีลักษณะสมมาตรที่งดงามและเป็นที่นิยมของสุภาพสตรีที่มีเรียวแขนเล็กๆและนิ้ว สั้น ความยาวรีของรูปทรงเพชรจะทอดยาวตามฝ่ามือทำให้ดูเรียวนิ้วยาวขึ้น

Radiant Cut Diamonds : รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส(หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า)

          เหลี่ยมขั้นบันใดเป็นการเจียระไนที่ผสมผสานระหว่างรูปทรงเหลี่ยมมรกตกับรูปทรงกลม เหลี่ยมเกสร ทำให้มีหน้าเพชรเจียระไนถึง 70 facets นั่นย่อมทำให้เพชรมีการสะท้อนของสีได้สูงที่สุด

Cushion Shaped Diamonds : เพชรรูปทรงหมอน

          เป็นที่นิยมมาก ดูเผินๆจะออกมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แม้ว่าสัดส่วนจะดูแล้วเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ตาม บางครั้งก็เรียกว่าเป็นการการเจียระไนเป็นรูปทรงหมอน เพราะการเจียระไนจะมี culet ที่ตัดปลายเมื่อดูหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่ด้านมนๆ ซึ่งดูแล้วคล้ายหมอนใบหนึ่ง หน้าตัดการเจียระไนทำให้เพชรมีความลึก  ในยุคนี้เพชรรูปทรงหมอนขนาด 2 กะรัตมีชื่อเรียกว่า Candlelight Diamond (เพชรเปลวเทียน) เพราะรูปทรงภายนอกเมื่อพลิกดูจะให้ความโรแมนติกข้างๆโดยรอบ ตรงขอบมุมเพชรกลมมนทำให้การสะท้อนกลับของแสงที่เข้มสูง ทำให้ประกายไฟในเพชรมีเกินปกติทั่วไป

 

Facebook Comments